Khao Yai Trip 
ตอนแรกกะว่าจะอัพ
Mom Tag
ได้รับมา
ปรากฎว่า
หารายละเอียดที่จะอัพไม่เจอ
หมายถึงว่ามีคำถามเกี่ยวกับอะไรบ้างน่ะค่ะ
ลองไปค้นหาจากไดแม่ๆท่านอื่นดู
ก็ปรากฎว่าล็อดหน้านั้นกันไปหมดแล้ว
ก็ใช่น่ะสิ
เค้าทำกันหมดแล้ว
และก็มันผ่านไปนานมากแล้วนี่นา
เอาเป็นว่าขอโทษจริงๆนะอาร์
ขอแก้ตัวด้วย
การอัพเรื่องไปเที่ยวเขาใหญ่แทนละกัน
***
มันเกิดจากความบังเอิญ
ที่อยากจะไปปลดปล่อยความเครียด
และพี่ช้างก็ไม่สามารถพาไปไหนได้
ยายมีแพลนว่าจะไปเขาใหญ่กับครอบครัวเพื่อน
เลยลองชวนๆน้องว่าเราตามไปกันดีมั้ย
ปรากฎว่าน้องเห็นด้วย
เลยได้ผู้ร่วมขบวนการไปด้วย
เริ่มจากวันศุกร์ 30 พ.ย.บ่ายๆ
เดินทางออกจากหนองบัวลำภู
เอารถของยายไปเพราะว่ายายนั่งรถตู้ไปกับเพื่อน
องุ่นเป็นคนขับ
เรานั่งหน้าและอุ้มน้องพาพาย่า
นาน่านั่งหลังกับก้อย (หลานสาว ลูกของป้ามาอยู่ด้วยที่บ้าน)
มันเบื่อบ้าน บอกไม่มีอะไรทำ
เดินทางไปถึงขอนแก่นก็เกือบทุ่มนึงล่ะ
แต่ต้องไปแวะมัญจาคีรีก่อน
ไปเอาตังค์ค่าน้ำมันรถจากป้า
แม่ของก้อยแหละ
เธอเงินหมดล่ะ มาอยู่ที่หนองบัวได้เดือนนึง
ใช้ไปเยอะโข
เลยต้องพาแวะไปเอาเงินก่อน
จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปโคราชกัน
รู้จักแต่ชื่อรีสอร์ท แต่ไม่รู้อยู่อ.อะไร
ยายก็สับสน ไม่รู้ว่ามันอยู่อ.อะไรกันแน่
อย่างงเลยค่ะ ยายเป็นแบบนี้ประจำ
ขับรถไปก็แวะข้างทางไปเรื่อย
หาของกินแล้วก็เข้าห้องน้ำ
อากาศเย็นมากๆเลย
เข้าเขตโคราช
ก็เริ่มโทรถามยายแล้วว่ามันอยู่ตรงไหนกันแน่
ยายบอกว่าอยู่เขาใหญ่
แถวที่มีตลาดขายผลไม้ข้างทางเยอะๆอะ
เวรกรรม มันมีหลายตลาดนะยาย
จับเอาแค่คำว่าเขาใหญ่เป็นพอ
นั่งรถผ่านไปกรุงเทพก็หลายครั้ง
ผ่านป้ายทางไปเขาใหญ่ก็บ่อย
คงไม่หลงแน่นอน
พอมาถึงปากช่อง
เลยมาได้นิดหน่อย
ก็เจอป้ายทางเข้าเขาใหญ่
ขับเลี้ยวเข้าไปตามที่ยายบอกไว้ว่า
ประมาณ กม.ที่23
แล้วเลี้ยวเข้าบ้านอะไรสักอย่าง ตรงไปอีก 6 กม.
ชื่อรีสอร์ท ชาเล่ย์ ฮิลล์ รีสอร์ท
ได้ข้อมูลมาแค่นั้น นอกนั้นไปมั่วเอาข้างหน้า
พอเลี้ยวเข้าตามทางเข้าเขาใหญ่
โทรไปหายายก็ไม่รับ สงสัยหลับ
แหงล่ะ ดึกโขแล้วอะ
เลยบอกองุ่นว่า ขับตรงไปเดี๋ยวเจ๊ดูทางเอง
ก็ขับกันไปเรื่อยๆ มืดก็มืด
พยายามอ่านป้ายรีสอร์ทที่เขามีข้างทาง
มันคล้ายกันเยอะอะ มีชาเล่ย์บ้าง มีฮิลล์บ้าง
แต่ก็ยังไม่ใช่
จนกระทั่งขับมาถึงที่นึง
ด้านหน้ามองเห็นป้ายด่านทางเข้าเขาใหญ่
อ้าวสุดทางแล้วนี่หว่า
มองไปด้านซ้ายมีถนนเลี้ยวไปบ้านอะไรสักอย่าง
แล้วก็ป้ายบอกชื่อรีสอร์ทโดนบังอยู่หลังป้ายบอกทางไปวังน้ำเขียว
เราก็บอกเลี้ยวเลย
ตามทางนั้นไปเรื่อยๆ
ถนนคดเคี้ยว ลดเลี้ยวไปเรื่อยๆ
จากที่คิดไว้ 6 กม.
เอ ทำไมมันยังไม่ถึงสักทีหว่า
มองหาป้ายข้างทางก็ไม่มีอะไรให้ดูล่ะ
พยายามโทรหายายก็ไม่มีคนรับ
เอาวะ เสี่ยงดวง ถ้าพลาดทางเข้าคงได้ทะลุไปวังน้ำเขียวกัน
ค่อยๆคืบคลานกันไปท่ามกลางแสงเดือน
แต่สองข้างทางมืดมิด ไม่มีแสงไฟ
จนเกือบใกล้ 10 กม.
เรามองเห็นป้ายชื่อรีสอร์ท ดีใจมาก
รีบชี้บอกองุ่นใหญ่เลยว่าน่าจะใกล้แล้ว
ปรากฎว่าเธอบอกว่าก็ถึงแล้วงัย
อ้าวไหนอะ
มันบอกด้านขวามือนี่งัย
โห มืดสนิท วังเวงจริงๆ
ยามหน้าประตูนอนหลับ
ต้องปลุกกันขึ้นมา
ให้เปิดประตูให้
ขับกันเข้าไปไม่รู้จะไปหายายที่หลังไหน
ตรงเข้าไปที่อาคารสำนักงาน
โชคดีที่ยังพอมีคนยังไม่หลับถึงแม้จะดึกโขล่ะ
เกือบๆตีสอง
เค้าบอกทางให้ว่ารีสอร์ทอยู่หลังไหน
ขับไปจอดหน้าที่พักแล้วไม่รู้จะทำงัย
มันมีสองหลังติดกัน
ยายอยู่หลังไหนหว่า
องุ่นเริ่มมั่วเดินขึ้นไปแอบดูตามหน้าต่าง
บังเอิญมีห้องนึงม่านมันปิดไม่สนิท
แง้มอยู่หน่อยนึง
เจอกระเป๋าถือของยายวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง
ตัดสินใจว่า เอาล่ะ ใช่แน่ๆ
ผลักประตูเข้าไป
ไม่ล็อกด้วยแฮะ (ความจริงเค้าลืมล็อก ไม่ได้เปิดรอเรานะ)
อุ้มหนูพาพาย่ารีบวิ่งเข้าห้องเพราะว่าอากาศเย็นสุดๆ
ยายตกใจตื่นขึ้นมาแล้วบอกว่าโหมันมาได้งัยเนี่ยเก่งจริง
ขนาดมาตอนกลางวันแท้ๆรถตู้ยังหารีสอร์ทไม่ค่อยเจอ
เอาน้องพาพาย่าฝากยายไว้แล้วลงไปเก็บของช่วยน้องๆ
นาน่าตื่นแล้วเดินลงมาจากรถเอง ตื่นเต้นใหญ่
ห้องนอนมีสองห้อง
ครอบครัวเรานอนห้องเดียวกัน
มีที่นอน 4 อัน ขนาดใหญ่พอสมควร
เรา,นาน่า,พาย่าและองุ่นเอาที่นอนสองอันมาติดกันแล้วนอนด้วยกัน
ยาย,น้องต่อและก้อยนอนด้วยกัน
จากนั้นก็ต่างคนต่างหลับเลยเพราะว่าง่วงมาก
วันเสาร์ที่ 1 ธ.ค.ตื่นเช้ามาก
วันนี้มีโปรแกรมว่าจะไปขึ้นเขาใหญ่กัน
เอารถตู้ไปคันเดียวเพราะว่ามีที่ว่างเยอะ
จับเด็กๆ อาบน้ำแต่งตัว
แล้วไปเดินเล่น ถ่ายรูปกันแถวด้านหน้าที่พัก
ขึ้นรถแล้วเดินทางไปเขาใหญ่ซึ่งอยู่ห่างแค่ 7 กม.
ย้อนหลับไปทางเดิมที่เราเลี้ยวเข้ามา
ทางเข้าด่านเสียค่าใช้จ่าย 350 บาททั้งคันรถ
ขับรถขึ้นไปเรื่อยๆ
ทางก็ชันขึ้นๆ ถนนคดเคี้ยวสุดๆ
รถที่วิ่งสวนทางลงมาก็น่าหวาดเสียวเหลือเกิน
ไปได้ถึงจุดตั้งแคมป์ น้องนาน่าอ๊วกค่ะ
ขึ้นกันไปต่อถึงน้ำตกเหวสุวัต
เด็กๆเริ่มอ่อนแรง
เดินไปดูน้ำตก ซื้อขนมและน้ำดื่ม
ถ่ายรูปและพักจากอาการเมารถ
เลยตัดสินใจกันว่ากลับลงมาดีกว่า ไม่งั้นเด็กแย่แน่ๆ
ขากลับเหมือนนั่งรถไฟเหาะเลยค่ะ
รถวิ่งลงเร็วมากแล้วมีถนนคดเคี้ยวเยอะ
กลัวอะ นั่งรถตู้มันสูง ไม่เหมือนนั่งรถเก๋ง
ไม่แวะที่ไหนอีกเลย
ลงมากินข้าวเที่ยงที่ร้านหญ้าคา
ขายส้มตำ ไก่ย่าง อาหารต่างๆ
รถนักท่องเที่ยวเยอะมากๆ
แต่เค้าบริการได้รวดเร็วมาก
ยายซื้อน้ำองุ่นกลับไปกินที่พักสามขวด
กลับไปถึงทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็เพลียกัน
แยกย้ายกันไปพักผ่อน
แต่เรา,องุ่น,ก้อยจะไปขับรถหาที่ถ่ายรูปกัน
นาน่าขอนอนอยู่กับยายเพราะว่าเมารถ
แต่น้องพาพาย่าต้องเอามาด้วย
ขึ้นรถก็กะว่าจะไปซื้อส้มตำปลาร้ากลับมากินกัน
ปรากฎว่าขับเพลินเลยออกไปถนนมิตรภาพ
เลยไปเที่ยว outlet กัน
เดินเล่นกันเฉยๆ
แต่เราซื้อพายองุ่นมากล่องนึงแล้วก็น้ำองุ่นมากินเล่น
ออกจาก outlet ว่าจะไปโลตัส
ปรากฎว่ามันยังไม่เปิดค่า
หน้าแตกเลย อุตส่าห์ขับเลี้ยวเข้าไปแล้ว
เลยขับกลับที่พัก พยายามหาร้านส้มตำ
แต่ว่าระหว่างนั้นเจอตำรวจเต็มถนนเลย
เค้าโบกให้เข้าไปพักรอในปั้มน้ำมัน
มีรถจอดรอในนั้นเป็นสิบๆคัน
เซเว่นแน่นขนัดไปด้วยคน
เค้าบอกว่ามีท่านจะเสด็จมาเขาใหญ่
ซึ่งก็เป็นองค์โตของฟ้าหญิงที่เสด็จมางานอะไรสักอย่าง
จากนั้นเค้าก็ปล่อยรถให้ออกจากปั้มน้ำมัน
เรารีบขับไปตามหาร้านขายส้มตำ
ไปเจอะตลาดนัดข้างหน้า
ดีใจมาก
ซื้อส้มตำ หมูย่าง แจ่วกับข้าวเหนียวมาตุนไว้
กลับไปถึงรีสอร์ทเค้ามีงานตอนกลางคืนกัน
แต่เราไม่ไปกัน
พาเด็กๆเดินเล่นแถวที่พัก
โทรหาชมพู่ บอกว่าจะมาวันนี้
แต่ว่าซันบอกว่าออกกะตีหนึ่ง
ก็เลยพาเด็กๆเข้านอน
องุ่นกับก้อยเอาเต๊นท์ไปกางไว้หน้าที่พัก
กะจะไปนอนแต่ว่าโดนเด็กๆผู้ชายแย่งที่ซะงั้น
เลยเซ็งจัด หามุมใครมุมมันนั่งคุยโทรศัพท์
ตื่นตีสามเพราะว่าน้องต่อเข้ามาในห้อง
มันบอกว่าเปียกไปหมดแล้ว นอนไม่ได้
สละยานขึ้นมานอนข้างบน
ปล่อยคนอื่นนอนต่อไป โถหลานชั้น มีน้ำใจซะ
เริ่มเป็นกังวลกับชมพู่ว่าทำไมยังมาไม่ถึง
แต่ก็นอนต่อกันจนถึงตีห้า
เลยโทรไปหาเผื่อว่าไม่ได้มา
ปรากฎว่าซันออกกะตีสาม
แล้วตอนนี้กำลังขับมาจะถึงเขาใหญ่ล่ะ
เลยบอกทางเข้ารีสอร์ทให้น้อง
จากนั้นก็รอๆๆๆๆ
แม่กลัวชมพู่มาไม่ถูกเลยให้องุ่นขับรถออกไปรับ
แต่ปรากฎว่าทั้งสองคนก็ขับมาถึงพอดี
มาถึงก็กระโดดขึ้นที่นอน หลับเอาแรงก่อน
ส่วนคนอื่นๆทยอยอาบน้ำแล้วก็ไปกินอาหารเช้า
จนเกือบสิบโมงก็ได้เวลาเคลื่อนพล
ตอนขากลับต้องมานั่งรถตู้กลับกันหมด
เพราะแฟนของเพื่อนแม่ต้องรีบไปทำธุระ
เลยให้เอารถที่บ้านเรากลับไปก่อน
แต่เราจะเที่ยวแถวๆโคราชกันก่อน
จากนั้นชมพู่กับซันถึงจะแยกกลับกรุงเทพ
องุ่น, ก้อย, นาน่า, พาย่าย้ายไปนั่งกับชมพู่และซัน
รถตู้ไปรอที่ฟาร์มโชคชัยก่อน
ตอนแรกกะว่าจะเข้าไปชมฟาร์ม
ปรากฎว่ารอบเช้าเต็มหมด
เลยให้เด็กๆ ไปลองขับรถ ATV (ใช่เรียกงี้ป่าว ไม่แน่ใจ)
ผู้ใหญ่ก็เดินเล่นรอ
จากนั้นก็ไปกินสเต๊กกัน
คนเยอะมากๆๆๆๆๆๆ
แม่กับเพื่อนยังไม่เคยไป Outlet
เลยอยากจะแวะไปช็อปบ้าง
เด็กๆเลยเดินเล่น กินขนมรอ
รู้สึกว่าขนมเยอะจริงๆ
น่ากินทุกอย่าง
ทั้งไอศครีม วัฟเฟิล น้ำองุ่น พายองุ่น องุ่นสด
เราเลือกซื้อพายองุ่นกับน้ำองุ่นสดกลับมาเป็นของฝาก
จนบ่ายคล้อยล่ะ
ได้เวลาแยกย้ายกลับ
เด็กเมืองกรุงก็กลับกันไปสองคน
ส่วนเด็กบ้านนอกก็เคลื่อนทัพไปที่ด่านเกวียน
คนขับรถตู้ไม่รู้จักทางเลย
ลำบากดิฉันดูแผนที่อีก
บอกตามตรงว่าดูแผนที่เก่งมาก
บางที่ไม่เคยไปหรอกแต่สามารถพาไปได้
ถ้าหากมีแผนที่ให้
ไปถึงด่านเกวียนซื้อของแต่งบ้าน
เอ่อ อยากจะบอกว่า
ได้คนละ 3-4 ชุด
ชุดโคมไฟตั้งในสนามหญ้า
ชุดน้ำตกเล็กประดับหน้าร้าน
ตุ๊กตานางอัปสรที่ยืนสวัสดี
ฯลฯ
ทั้งหมดนี้ยัดใส่รถตู้มาค่ะ
จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับบ้านกัน
ถึงหนองบัวลำภู 3 ทุ่มค่ะ
ไม่ดึกมากแต่ว่าต่างคนต่างมุ่งหาที่นอน
ข้าวของซื้อมาไม่สนใจ เอาไว้ดูทีหลัง
มาชมรูปดีกว่าเนอะ
***



















 |