เมื่อแรงใจเริ่มหมด 
กลายเป็นอัพไดอารี่รายอาทิตย์ไปซะแล้ว
และหัวข้อของไดอารี่ก็เกี่ยวข้องกับเนื้อหาน้อยมาก
อารมณ์ตอนตั้งหัวข้อมันพาไปว่างั้นเหอะ
***
ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา
มีเรื่องน้อยอกน้อยใจสามีเป็นอันมาก
ก็ว่าด้วยการสังสรรค์บ้าง
กลับบ้านไม่ตรงเวลาบ้าง
จริงๆ ปกติไม่ค่อยว่า
เพราะรู้ว่าสามีไม่เกเร ออกนอกลู่นอกทาง
อาจจมีบ้างที่อยากสังสรรค์กับเพื่อนนอกบ้าน
แต่ที่งอนเนื่องจาก
ไปทำงานข้างนอกแล้วก็ไปดื่มต่อกับเพื่อน
เวลาล่วงผ่านไปหลายชั่วโมง
โทรไปถามว่าอยู่ที่ไหน
บอกว่าอยู่ที่ร้านอาหาร
ก็เลยบอกว่าอย่ากลับดึกนัก
ห้าทุ่มภรรยาของเพื่อนสามีโทรมาตามหาสามีเค้า
แล้วมือถือพี่ช้างเนี่ย
เวลาไม่มีคลื่นจะโอนสายเข้าเบอร์บ้าน
เราก็บอกว่ายังไม่กลับ
เค้าก็บอกว่าตอนโทรครั้งแรก
สามีเค้าบอกว่ากินอยู่ที่บ้านพี่ช้างนี่นา
น่าน โกหกเมียซะแล้ว
เราเลยตอบพี่เค้าไปว่าวันนี้ยังไม่เห็นพี่เค้าเลยค่า
พี่เค้าเลยบอกว่าสสัยจะได้คิดบัญชีซะทีแล้ว
ปล่อยให้เนิ่นนานเกินไปแล้ว
อ้าว เนี่ยเรามีส่วนช่วยให้ครอบครัวเค้าคิดบัญชีกันป่าวเนี่ย
ไม่รู้ล่ะ หนูพูดแต่ความจริง ไม่ชอบโกหกอะ
จน ณ ขณะนี้
เวลาพี่ช้างไปรับสามีพี่เค้าที่บ้าน
จะต้องเจอคำเตือนพ่วงมาด้วยประจำ
แล้วเราเนี่ย
เฝ้าร้านคนเดียว
เลี้ยงเด็กอีกสอง
ช่วงไม่ค่อยมีคนเนี่ย ไม่ค่อยเท่าไหร่
โรงรียนเลิกนี่สิ
ทำรายงานบ้าง ค้นงานบ้าง
พิมพ์งาน ปริ๊นงาน
แชท แปลภาษา
มันต้องเดินไปมา
ดูแลภายในร้าน
ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ดูแลลูกค้าทุกอย่าง
ให้คำแนะนำรวมถึงสอนบางเรื่อง
แล้วลูกเราเนี่ย
ต้องเอามานั่งเล่นของเล่นอยู่ใกล้ๆด้วย
น้องบานาน่าไม่เท่าไหร่ เค้าก็โตแล้วอะ
ออกไปวิ่งเล่น ดูแลตัวเองได้เยอะแล้ว
ส่วนน้องพาพาย่าก็ยังเด็กอยู่
ต้องคอยดูอยู่ตลอดเวลา
ให้นั่งเล่นของเล่น
เค้าก็อยู่ได้ไม่นาน
พอแม่เดินผ่านจะไปดูลูกค้าก็คลานมาเกาะขา
ต้องอุ้มไปอุ้มมา
เหนื่อยเหมือนกันนะ
ตอนเย็นรอพี่ช้างให้กลับมาช่วย
ก็ไปคุยเรื่องงานอีกแหละ
กลับก็ดึกทุกคืน
บางคืนแอบมีเมาด้วย
เราปิดร้านสองทุ่มครึ่ง
พาลูกขึ้นไปกล่อมนอน
แล้วลงมาทำงานต่อ
จนดึกก็ยังไม่กลับ
เลยไปขึ้นนอนก่อน
กลับมาเมื่อไหร่ไม่รู้สึกตัว
แต่พอเราตื่นมาให้นมลูกก็เห็นนอนอยู่ข้างลูกแล้ว
อาทิตย์นี้เป็นเช่นนี้ทั้งอาทิตย์
มันคงสะสมไว้งัย
เลยออกอาการงอนซะเลย
แต่ก็เคลียร์กันแล้วล่ะ
ไม่ชอบทิ้งอะไรให้มันค้างคาใจ
งอนก็บอกว่างอน
ไม่พอใจก็บอกไม่พอใจ
เรื่องนั้นเรื่องนี้
จากนั้นจบ
ถ้าทำอีก......
ถือว่าคุยกันแล้ว
***
น้องบานาน่าไม่ยอมไปโรงเรียน
ทั้งๆที่อาทิตย์แรกผ่านไปด้วยดี
หลังจากนั้น
ทำยังงัยก็ไม่ยอม
ใช้ทุกวิธีการ ทุกคำแนะนำ
ไม่ได้ผล
ยายถอดใจล่ะ
บอกว่าไปเรียนทีเดียว ป.1 เหมือนแม่มันเหอะ
บางคนให้ใช้วิธีหักดิบ
จับใส่เสื้อผ้า อุ้มไปโรงเรียน
ขนาดเสื้อผ้ายังไม่ใส่จะไปได้ยังงัย
แล้วมันไม่ใช่เอกชนอะ
ที่จะใส่ชุดไหนไปก็ได้
พอเค้าคุ้นค่อยใส่ชุดนักเรียน
ส่วนเราเคยมีความคิดจะให้เรียนที่บ้าน
พี่สาวพี่ช้างคัดค้าน
บอกว่าไม่เห็นดีด้วย
ไม่หัดให้ไปโรงเรียน เดี๋ยวก็ไม่ยอมไปเอาซะเลย
เราเลยอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Home school งัย
แล้วอยากทำได้อะ
เคยขอข้อมูลคนที่เค้าทำได้แล้วมาดู
แล้วชั้นอนุบาลที่โรงเรียนยายก็ไม่ได้สอนอะไรอยู่แล้ว
เหมือนหัดให้มีเพื่อน เข้าสังคม
ส่วนการเรียนยังไม่มี
ส่วนใหญ่ที่ทำก็คือให้เด็กเล่นอะไรก็ได้ตามใจ
แต่ให้อยู่ในห้องเรียน
(เป็นโรงเรียนรัฐบาลของจังหวัดห่างไกลก็งี้แหละ)
แล้วนาน่าก็ท่องและเขียนตัว ก ไก่และ a-z ได้แล้ว
นับ 1-10 ได้ นับจำนวนสิ่งของได้ เรียกชื่อสีถูก
ฯลฯ
เราก็เลยไปซื้อโปสเตอร์ภาพสอนอ่าน ก ไก่และ abc มาติด
จากนั้นก็ทำช่วงกิจกรรมให้เค้า
มีช่วงระบายสีเล่น ระบายสีตามที่แม่บอก
จัดช่วงอ่านหนังสือนิทานให้ฟังในช่วงบ่าย
หลักๆ จะประมาณนี้
ไม่รู้จะสอนอะไรอีก
ตอนนี้กำลังเห่อหนังสือเล่มใหม่
เป็นหนังสือสองภาษา
มีสติกเกอร์ภาพให้ติด
สอนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสิ่งของรอบตัวเรา
ชื่อหนังสือ My Object
ใครมีความเห็นยังงัยเรื่องนี้
รึว่ามีประสบการณ์มาแชร์กันนะค่ะ
***
น้องพาพาย่า
กำลังจะเกาะยืน
ไม่ยอมคลานเลย
นอนกลางวันน้อยมาก
เริ่มกินนมแม่ห่างแล้ว
แต่เน้นกินอย่างอื่นได้เพียบ
คนอะไร ขนาดไม่มีฟันนะเนี่ย
ใช้เหงือกบดๆ แล้วกลืน
ยิ้มแปล้เวลาได้ของกิน
วันจันทร์ยายได้ของฝากจากอิตาลี
เป็นชุดราตรีเด็กสองชุด
เอามาให้หลานใส่
แม่มันพลิกดูป้าย
ยี่ห้ออะ ภาษาอิตาลี
แต่ด้านในปักว่า Made in Thailand
ฮ่วย ของฝากจากแดนไกล
แต่อะนะ น้ำใจเป็นสิ่งที่ดูถูกไม่ได้
ไม่ว่าเล็ก ใหญ่ แพง ถูก
มันอยู่ที่น้ำใจของคนให้มากกว่า




จบรายงานข่าว
ด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ |