อัพยาวๆๆ 
วันนี้ได้ฤกษ์อัพไดอารี่สักที หลังจากทิ้งไว้นานมากๆ
ก่อนอื่นต้องย้อนหลังไปถึงวันที่พาน้องพาพาย่าไปพบคุณหมอ
เนื่องจากว่าต้องการไปพบคุณหมอเฉพาะทางเพื่อได้รับคำวินิจฉัยที่ถูกต้อง
และเราเลือกที่จะไปขอนแก่นแทนอุดรธานี
ตอนแรกมีข้อมูลจากพี่พยาบาลที่รู้จักกันว่ามีคุณหมอผ่าตัด
อยู่ที่โรงบาลศูนย์ขอนแก่น ซึ่งพี่เค้าเคยทำงานที่โรงบาลศูนย์ขอนแก่นเมื่อสิบปีก่อน
เราเลยลังเลอยู่นาน แล้วก็เลยโทรศัพท์หาน้องติ๊ก tiktoday
เพื่อขอข้อมูลคุณหมอเผื่อว่าจะมีคุณหมอท่านอื่นที่เปิดคลีนิคเด็กเฉพาะทาง
หลังจากคุยกับน้องติ๊กแล้ว น้องติ๊กก็ขอเวลาติดต่อกับเพื่อนที่เป็นหมอก่อน
แล้วก็ได้ข้อมูลอย่างละเอียดเรื่องคุณหมอ
(ละเอียดและลึกมากๆ ขอบคุณน้องติ๊กมากๆนะค่ะ >^_^<)
แล้วก็เกิดความบังเอิญขึ้นมาว่าพี่พยาบาลคนนั้นติดต่อกลับมาหา
บอกว่าจะกลับบ้านช่วงวันหยุดยาวฉัตรมงคล
เลยถามว่าเราจะลองไปพบคุณหมอด้วยมั้ย พี่เค้าจะพาไป
เราก็เลยโอเค ตกลงเลย เพราะเวลายิ่งนานยิ่งทำให้ร้อนใจ
วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม เป็นวันหยุดชดเชยวันฉัตรมงคล
ครอบครัวเราออกเดินทางจากหนองบัวลำภูช่วงบ่าย
เนื่องจากว่าคลีนิคคุณหมอเปิดช่วงเย็น
(ดีที่พี่พยาบาลกลับบ้านไปตั้งแต่วันศุกร์และช่วยไปดูเวลาเปิดคลีนิคให้)
ไปถึงก็บ่ายกว่าๆ พี่ช้างเลยพาไปเยี่ยมเพื่อนพี่ช้าง
เป็นอาจารย์อยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล (ไทย-เยอรมัน)
สมัยเราเรียนที่ขอนแก่น เค้าเรียกเทคโนไทยฯ กันอะ
พี่ปาน (เพื่อนพี่ช้าง) อยู่หมู่บ้าน L&H park อยู่รอบเมืองทางไปสนามบิน
พี่ช้างนั่งคุยกับเพื่อน แล้วเราก็พาน้องนาน่าและน้องพาย่าไปนั่งเล่นริมสระน้ำ
ถ่ายรูปมาเยอะเหมือนกัน แต่ว่ายังไม่ได้เอาออกจากกล้องเลย
ช่วงหกโมงเย็นก็เดินทางกลับไปที่คลีนิค เพราะว่าพี่พยาบาลนัดคิวไว้ให้
คลีนิคคุณหมอชื่อคุณหมอสุระชัย อยู่ตรงข้ามตลาดหนองใหญ่ใกล้ๆเทคโนไทยฯ
ไปถึงพี่ช้างก็พานาน่าไปกินข้าวรอ ส่วนเราก็พาน้องพาย่าเข้าตรวจ
คุณหมอให้คำตอบทั้งที่น่าพอใจและน่ากังวลพอกัน
แผลของน้องพาย่ามีสองที่ ต้นแขนและหลังด้านบน
ต้นแขนเป็นแผลเล็กกว่า และหมอบอกว่าไม่ต้องทำอะไรเลย เนื้องอกเส้นเลือดฝอย
อาจมีโอกาสหายไปเอง รึลดขนาดลงแต่ไม่เสมอไปทุกคน
ส่วนแผลที่ด้านหลังที่มีขนาดใหญ่กว่า หมอบอกว่าเป็นเส้นเลือดดำ
ที่ยังงัยก็ต้องผ่าตัด แต่ไม่สามารถผ่าตัดให้ได้ในตอนนี้
ด้วยว่าอาจเกิดขึ้นมาใหม่ได้อีกและโตกว่าเดิม
เมื่อผ่าแล้วต้องผ่าให้ปากแผลกว้างกว่าแผลมากๆเพื่อตัดทิ้งให้หมด
ดังนั้นจะต้องมีผิวหนังมาปิดแผลเพื่อเย็บเป็นหนังชั้นนอกแทน
ซึ่งเค้ายังเด็กมากกเกินไป ไม่มีหนังส่วนใดจะกว้างมากพอจะปิดได้
สรุปคือ ต้องรอให้เค้าโตกว่านี้ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่
อาจจะอีกสองสามปี หรือว่าให้เค้าอายุเจ็ดปีไปเลยถึงทำการผ่าตัด
ตอนนี้ก็เลยเหมือนยืดเวลาออกไปแค่นั้นเอง
คุณหมอมีคำแนะนำในการดูแลแค่ว่าระวังไม่ให้มีอะไรมากระทบโดน
ถ้าหากเกิดเลือดออกจะทำให้เลือดไหลมาก
และหากเกิดการช้ำ อักเสบ มีเลือดไหลออกมาต้องรีบไปพบหมอด่วน
จากนั้นก็ร่ำลาคุณหมอกลับโดยที่คุณหมอไม่คิดค่าเสียเวลาในการตรวจเลย
ขอบคุณมากจริงๆค่ะ เพราะว่าคุณหมอตรวจอย่างละเอียดและใส่ใจมาก
จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านกัน
***
จากนั้นช่วงที่ผ่านมาก็ยุ่งกับร้านอย่างมากๆ เนื่องจากเปิดเทอมล่ะ
เตรียมร้านไว้รองรับลูกค้าแล้วก็น้องนาน่าไปโรงเรียน
น้องนาน่างอแงแค่วันแรกๆ จากนั้นก็โอเคขึ้น
แต่ก็มีแอบไม่อยากไปโรงเรียนบางวัน
กลับบ้านมาก็มาเล่าให้ฟังว่าที่โรงเรียนเป็นยังงัยบ้าง
เราถามเรื่องอาหารกลางวัน การนอนกลางวัน เรื่องเรียน เพื่อนๆ
ดูเค้ามีความสุขกับการไปโรงเรียนอยู่เหมือนกัน
จนเมื่อปลายอาทิตย์ก่อนนาน่าปวดฟันขึ้นมาอีกแล้วและคิดว่าน่าจะพาไปถอนฟัน
ตอนเช้าแต่งตัวชุดนักเรียนให้แล้วพาไปคลีนิคหมอฟันก่อน
จากนั้นไม่อยากพูดถึง
เป็นสิ่งเลวร้ายที่เราโกรธตัวเองมากๆ
ลูกออกจากห้องทำฟันด้วยอาการร้องไห้อย่างหนัก ปากบวมและเลือดเต็มปาก
เค้ากลัวเข็มฉีดยาชา เรารู้และสัญญาว่าจะอยู่กับเค้าในห้องด้วย
แต่หมอไล่ออกมาและปฏิบัติไม่ดีเลยต่อลูกเรา
เรานั่งน้ำตาคลออยู่หน้าห้องทำฟัน หมอออกมาบอกว่าเป็นการละลายพฤติกรรม
เนื่องจากน้องร้องไห้และกรี๊ดหนักเลยต้องทำอย่างนี้
อย่าให้พูดถึงอีกเลยเพราะรับสภาพตอนนั้นของลูกไม่ได้
เค้าเหมือนนกปีกหักที่ต้องการแม่นกมาช่วยประคับประคอง
แน่ละนอกจากทางร่างกายแล้วสภาพจิตใจของเค้าแย่กว่ามากๆ
เค้ากลัวหมอฟันคนนั้นมากๆจนลนลาน ไม่ยอมคายผ้าก็อซทิ้ง
ทั้งๆที่เลือดหยุดแล้ว โดยบอกว่าคุณหมอขู่ว่าถ้าคายทิ้งเลือดนาน่าจะไหลออกหมดตัว
แค่การแสดงพฤติกรรมที่เลวร้ายในห้องทำฟันแล้วยังมาขู่ลูกเราอีก
นี่มันยิ่งกว่าโรงพยาบาลของรัฐอีกนะ เลวร้ายสุดๆ
สัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันพาลูกมาที่นี่อีกเป็นอันขาด
กอดและปลอบลูกที่กำลังสะอื้น (ไม่กล้าร้องไห้เพราะกลัวหมอ)
พาเดินออกจากร้านไปรอพี่ช้างข้างนอก
ลูกบอกปวดฉี่ แต่พอจะพาเข้าไปฉี่ในคลีนิคก็ร้องว่าไม่เอา
เราเข้าใจความรู้สึกเลยว่า เฉพาะโดนฉีดยาชาที่เหงือกก็เจ็บแล้ว
นี่ก็ทั้งกลัวทั้งเจ็บ ยังมา....ใส่เด็กอีก เค้าต้องการการปลอบและแม่อยู่ข้างๆ
พอขึ้นรถได้ เล่าให้พี่ช้างฟัง พี่ช้างโกรธมากๆบอกว่าคงเจอกันเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต
จากนั้นเวลามีคนถามเรื่องหมอฟันรึว่าเรื่องฟันที่ไปถอนมา
นาน่าจะก้มหน้าไม่พูดถึง พอถามว่าคุณหมอเป็นยังงัย
นาน่าส่ายหน้าและพูดเสียงเบาๆว่าดุ นาน่าไม่ไปอีกนะแม่
เราก็ได้แต่กอดและปลอบลูกว่าหนูต้องรักษาฟันให้ดีๆ จะได้ไม่ต้องไปคลีนิคทำฟันอีก
ส่วนน้องพาพาย่าก็ยังอารมณ์ดี ยิ้มง่าย หัวเราะเก่งเช่นเคย
ตอนนี้นั่งได้เก่งแล้ว กำลังหัดคลานแต่ไม่คลานสักที
ทานข้าวเก่งมากๆ ชอบอาบน้ำเป็นที่สุด ยิ่งเวลาก่อนนอนล่ะก็
พอได้ยินเสียงพ่อเปิดน้ำจะอาบ จะร้อง แอ๊ะๆๆๆ จะไปหาพ่อ อาบน้ำด้วยกัน
ชอบเล่นจ๊ะเอ๋กับพี่นาน่ามากๆ โดยเฉพาะเวลานาน่าปั่นจักรยานเล่น
จะสั่นกระดิ่งรถ เค้าจะยิ้มและหัวเราะ พยายามขืนตัวออกจากแม่ไปหานาน่า
***
โหมดแม่มั่ง
วันนี้อยู่บ้านสองคนกับน้องพาพาย่า
พ่อจะพาปู่ไปผ่าตัดตาตั้งแต่เช้าที่ขอนแก่นเลยต้องไปนอนที่ภูเวียง
นาน่างอแงอยากไปกับพ่อมากๆ เค้าเริ่มกลับมาติดพ่ออีกครั้ง
มีอยู่วันนึง พี่ช้างไปงานแต่งงานแล้วยังไม่กลับมาสักที
เค้าก็รอจนดึกแล้วก็ร้องไห้งอแงอยากจะหาพ่อ จนหลับไปก็ยังละเมอร้องไห้ทั้งคืน
วันนี้พ่อเลยตัดสินใจพาเค้าไปด้วย ไปนอนค้างแล้วพรุ่งนี้ก็ไปขอนแก่นต่อเลย
อยู่บ้านกันสองคนกับน้องพาพาย่าก็เหงาๆแต่ว่าก็ได้โอกาสในการอัพไดอารี่พอดี
วันนี้บริษัทอีริทเอาเครื่องปริ๊นภาพมาส่งให้ที่บ้าน
ราคาเครื่องละสองแสนบาท แต่เราทดลองเช่าเครื่องดูก่อน 3 เดือน
ดูตลาดและแนวโน้มก่อน จ่ายค่ามัดจำเครื่องไปสามหมื่นบาท
ทำสัญญาและศึกษาวิธีการใช้งานต่างๆ
มีลูกค้าคนแรกสนใจปริ๊นคือ องุ่น น้องสาวเราเอง
เธอดูชอบใจมากๆ สั่งปริ๊น เลือกกรอบ เลือกแบบๆต่างๆนานา
ส่วนเรายังไม่แน่ใจนักกับการหันมาทำธุรกิจตัวนี้
เนื่องจากราคาสูงมาก และยังไม่ครอบคลุมกลุ่มลูกค้ามากนัก
เอาเป็นว่าทดลองเช่าไปก่อนดูแนวโน้มและความเป็นไปได้
เดี๋ยวค่อยมาวางแผว่าทำยังงัยจะได้เครื่องราคาถูกกว่านี้
สงสัยต้องบินไปญี่ปุ่นไปซื้อเครื่องมันถึงโรงงานเองแน่ๆ จะประหยัดไปได้แสนนึงเลย
วันนี้ไดอารี่ยาวมากๆ แต่ไม่มีรูป คงเป็นคราวหน้า ลงรูปอย่างเดียว
***
ปล.special thank to :
น้องติ๊ก สำหรับข้อมูลของคุณหมอท่านนี้และอีกท่านนึง รวมถึงรายละเอียดของโรงพยาบาลด้วย ขอบคุณมากค่ะ
พี่จิและน้องแพร สำหรับข้อมูลของโรคที่อุตส่าห์ค้นคว้าและช่วยแปลเป็นภาษาไทยให้ ขอบคุณมากๆ เช่นกันค่ะ
สุดท้าย สำหรับกำลังใจจากทุกคนที่มีให้ ขอบคุณมากค่ะ |